ข่าว / กิจกรรม

สนใจลงโฆษณาในเว็บไซต์สุดรัก สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้ หรือโทร 0825648444
 
หน้าแรก arrow ดูแลลูกรัก
สอนลูกรัก ให้รู้จักชื่อตัวเอง PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย กัมพล   

ขอแนะนำกิจกรรมสำหรับคุณพ่อคุณแม่เพื่อสอนลูกให้รู้จักชื่อเล่นของตัวเอง ทั้งนี้ การสอน ลูกให้รู้จักชื่อตัวเองนั้น เป็นการแนะนำลูกให้รู้จักตัวหนังสือ หรือพยัญชนะ ต่อไปในอนาคต เมื่อลูกไปเห็นหนังสือที่สนใจ สามารถทำให้ลูกอยากจะอ่านหรือหัดสะกดคำขึ้นมาบ้างก็ได้

อุปกรณ์ที่ต้องการ
- กระดาษ 1 แผ่น
- ดินสอ, ดินสอเทียน หรือ ปากกาเมจิคก็ได้

ต้องทำอย่างไรบ้าง?

1 ขั้นแรก เขียนชื่อเล่นของลูกลงบนกระดาษที่หามาให้ชัดๆ ตัวโตๆ

2 สะกดตัวพยัญชนะชื่อของลูกให้ลูกฟัง เช่น "แ…น…น" (เริ่มจากชื่อเล่นก่อน จะได้ง่ายต่อการสะกด) ถ้าคล่องแล้ว ค่อยเปลี่ยนไปเขียน และสะกดชื่อจริงของลูก) หรือจะเขียนไปสะกดไปพร้อมกันก็ได้

3 เมื่อสะกดเสร็จ ให้บออกกับลูกว่า "นี่ไงจ๊ะ ชื่อของหนู"

4 ทีนี้ให้ลูกลองวาดรูป รูปอะไรก็ได้ที่ลูกอยากวาด (ส่วนมากจะเป็น รูปพระอาทิตย์, รูปบ้าน, หรือรูปคน ถ้าลูกวาดไม่ค่อยได้ ก็ให้วาดวงกลม, สี่เหลี่ยม หรือเขียนเส้นยึกยัก อะไรก็ได้)

5 เมื่อลูกวาดเสร็จเรียบร้อย คุณแม่ทำเสียงน่าตื่นเต้นว่า "อ๊ะ แม่นึกอะไรออกแล้ว" (เพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจจากลูกตัวน้อย) "เอางี้ดีกว่า เรามาเขียนชื่อลูกใส่ลงไป ในรูปที่ลูกวาดเอามั้ยจ๊ะ" ทีนี้คุณแม่ก็เขียนชื่อลูกตัวโตๆ ลงไปบนรูปที่ลูกวาด ระหว่าง เขียนไปก็ค่อยๆ สะกดชื่อลูกไปทีละตัวอีกครั้ง พูดดังๆ ให้ลูกจำได้

6 ถ้าคุณแม่มีสติกเกอร์ตัวอักษรพยัญชนะ ก็ให้ลูกติดสติกเกอร์เป็นชื่อลูกในสถานที่ ที่คุณแม่อนุญาต และเห็นได้บ่อยๆ แล้วสะกดให้ลูกฟัง ให้ลูกพูดตาม อาจจะเป็น ตู้เสื้อผ้าของลูก, โต๊ะเขียนหนังสือของลูก, พนักเก้าอี้ลูก ฯ

7 ใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์ชื่อลูกใส่กระดาษ แล้วไว้แปะไว้หน้าห้องลูก, หรือหลังพนัก เก้าอี้ที่ลูกนั่งเล่นบ่อยๆ

ไอเดียเล็กน้อยสำหรับพ่อแม่เพื่อสอนลูกให้รู้จักชื่อตัวเอง

1 ถ้าคุณแม่ใช้แม่เหล็กติดตู้เย็นที่เป็นตัวอักษรชื่อของลูก ควรหาที่มีขนาดใหญ่สักนิด เพื่อกันไม่ให้ลูกเอาไปกลืน หรือหยิบเข้าปากอมเล่น เมื่อคุณแม่เปิดตู้เย็นหยิบขนม, น้ำให้ลูกทาน ก็ลองถามลูกว่า "เอ๊ะ นี่ชื่อใครเอ่ย…, สะกดว่าอย่างไรจ๊ะ… หรือ ไหน - อันไหน คือชื่อของลูกจ๊ะ"

2 ถ้าเป็นไปได้ ให้ปักชื่อลูกลงบนผ้าเช็ดตัว, หรือติดสติกเกอร์ชื่อลูกบนอุปกรณ์เครื่องเขียน ต่างๆ เช่น ดินสอ, ที่เหลาดินสอ, กล่องใส่ดินสอ, ดินสอสี หรือเครื่องใช้ในบ้านต่างๆ เท่าที่จะ เป็นไปได้ เพราะถ้าลูกกเห็นชื่อตัวเองบ่อยๆ ก็จะจำชื่อตัวเองได้โดยอัตโนมัติ ถ้ามีลูกมากกว่า 1 คนขึ้นไป ก็อาจติดชื่อลูกแต่ละคนลงบนเครื่องใช้ อุปกรณ์เครื่องเขียนของแต่ละคนก็ได้ แล้วลองเล่นเกม ให้ลูกหยิบของใช้ตามชื่อของตน "ไหนดินสอของน้องแนนคะ" เมื่อลูกหยิบ ถูกก็ชมเชยว่า "หนูเก่งจัง" ลูกก็จะเกิดความรู้สึกภูมิใจที่หยิบของใช้ถูก

3 เมื่อลูกเริ่มเรียนตัวพยัญชนะ ก, ข, ค ที่โรงเรียน ก็ลองถามลูกจากแผ่นพยัญชนะว่า "ไหน ชื่อของหนูมีตัวพยัญชนะอะไรบ้างคะ"


**ข้อน่าคิด: บางรายอาจให้ความเห็นว่า คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรติดชื่อลูกบนกระเป๋าเรียน หรือเป้ที่ลูกถือไปไหนต่อไหน เพราะอาจทำให้คนแปลกหน้าที่ไม่ประสงค์ดี เข้ามา ตีสนิทกับเด็ก โดยเรียกชื่อเด็กจากสติกเกอร์ชื่อที่ติดอยู่ที่กระเป๋า ทำให้เด็กคิดว่าเป็น คนรู้จัก เพราะเรียกชื่อเด็กถูก ลองนำไปพิจารณา และประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมนะคะ**

 [ที่มา: เว็บไซต์ thaiparents.com]

 
5 วิธีดูแล ก้นน้อยๆ ของหนู PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   

 5 วิธีดูแล ก้นน้อยๆ ของหนู

ผิวบริเวณก้นของลูก เป็นจุดที่บอบบางอีกจุด เพราะต้องสัมผัสกับความชื้น และการเช็ดถูบ่อยๆ ดังนั้น จึงไม่ควรมองข้ามวิธีการทำความสะอาดก้นลูกกันค่ะ

1. อุปกรณ์
สำลี : ควรมีทั้งแบบก้อนและแบบก้าน เพื่อความสะดวกต่อการเลือกใช้ทำความสะอาด

ปิโตรเลียมเจล, เบบี้ออยล์ : ป้องกันเรื่องผื่น เติมความชุ่มชื่นให้ผิวลูกน้อย

ผ้าหรือเบาะรอง : รองรับก้น ป้องกันเชื้อโรค เพื่อสุขอนามัยที่ดี

กะละมังใบเล็ก : สำหรับชำระล้าง ทำความสะอาดเรื่องก้น

ผ้าอ้อมสาลู : ช่วยระบายอากาศ ให้ก้นน้อยๆ ปลอดการอับชื้น

ทิชชูเปียกสำเร็จรูป : เหมาะกับการพกพา ทำความสะอาดขณะอยู่นอกบ้าน
2. เช็ดก้น
+ ก่อนเช็ดก้น ควรมีผ้าหรือเบาะรองรับก้น เพื่อป้องกันผิวของลูกสัมผัสกับ ฝุ่นละออง เชื้อโรคต่างๆ ที่อาจมองไม่เห็น
+ สำลีชุบน้ำบีบพอหมาด เช็ดตั้งแต่ด้านหน้าลงมาด้านหลัง โดยเฉพาะการเช็ดก้นเด็กผู้หญิง ห้ามเช็ดย้อนกลับขึ้นมาเด็ดขาด เพราะเชื้อโรคอาจเข้าสู่ช่องคลอดได้
+ ถ้าคุณแม่ใช้ผ้าทำความสะอาดก้น ควรเช็ดเบาๆ อย่างนุ่มนวล เลือกชนิดผ้าที่ไม่ระคายเคืองผิวลูกได้ง่าย

 

5 วิธีดูแลก้นน้อยๆ ของหนู

 

3. ล้างก้น
+ ถ้าลูกอึ
ควรล้างด้วยน้ำไหลผ่าน 1 ครั้งก่อน จากนั้นล้างด้วยสบู่อ่อนๆ แล้วล้างออก 2-3 ครั้งให้สะอาด
+ บริเวณขาหนีบ, ร่องก้น ต้องดูแล ทำความสะอาดให้ถึง เพื่อปลอดกับเรื่องเชื้อโรค
+ ระหว่างล้างก้น คุณแม่อาจพูดคุย ร้องเพลงให้ลูกฟังก็ได้นะคะ จะได้สะกดความสนใจ ไม่ให้ลูกหงุดหงิด งอแง
+ หลังจากล้างก้นเสร็จ ซับก้นให้แห้ง ก่อนใส่ผ้าอ้อมหรือกางเกง
4. เรื่องต้องระวัง
ผื่นผ้าอ้อม
เกิด จากความอับชื้น การระคายเคืองจากการสวมใส่ผ้าอ้อม บริเวณสิ่งที่มาสัมผัสผิวของลูก เช่น ก้น ขาหนีบ ดังนั้น คุณแม่ควรหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อม และทำความสะอาดให้ทั่วถึงหลังจากลูกขับถ่ายทันที ไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน

ท่อปัสสาวะอักเสบ
เกิดจากเชื้อโรคที่อยู่ที่บริเวณ ทวารหนัก มีการเคลื่อนตัวเข้าไปในท่อทางเดินปัสสาวะและเข้าไปสู่กระเพาะปัสสาวะทำให้ เกิดการอักเสบตามมา ในเด็กผู้หญิงมีโอกาสเกิดปัญหาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ได้ง่ายกว่าเด็กผู้ชาย เพราะท่อปัสสาวะของเด็กผู้หญิงจะสั้นกว่า เด็กผู้ชาย

ดังนั้น สิ่งสำคัญในการป้องกันเรื่องนี้ คือเรื่องความสะอาด และความอับชื้นที่เกิดจากสวมใส่ผ้าอ้อมค่ะ
5. เคล็ดลับดูแลก้นน้อยๆ
+ ผ้าอ้อมที่เปื้อนอึลูก ก่อนซักอาจล้างผ้าอ้อมด้วยน้ำเปล่า 1 ครั้งก่อน เพื่อให้เศษอุจจาระหลุดออก
+ หากลูกมีผิวแพ้ง่าย คุณแม่กลัวปัญหาเรื่องผื่น อาจใช้ปิโตรเลียมเจล ทาก้นลูกน้อยก่อนสวมใส่ผ้าอ้อม เพื่อลดการเสียดสี ก้นน้อยๆ ของลูกแม้จะมีพื้นที่ไม่มาก แต่มีความสำคัญ ต้อง เอาใจใส่ให้มาก ไม่ให้อับชื้น เจอปัญหาเรื่องผิวค่ะ

ที่มา  นิตยสาร Mother&Care
 
ของใช้จำเป็นของเจ้าตัวน้อย PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   

ของใช้ลูกน้อย

เด็กเล็กๆมีของใช้กระจุกระจิกอยู่พอสมควร และเป็นของใช้เฉพาะที่ไม่ควรใช้ร่วมกับผู้ใหญ่ ดังนั้น การเตรียมของใช้พื้นฐานที่จำเป็น คุณแม่ควรเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนคลอด จะได้ไม่ฉุกละหุกมากนักเมื่อคลอดลูกน้อยออกมาแล้ว

• อ่างอาบน้ำ
ควรเลือกอ่างอาบน้ำสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เลือกอ่างที่ทำจากพลาสติกเนื้อหน้า ไม่มีรอยคม ขนาดกลางๆไม่ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป

• ผ้าปูที่นอน
อาจจะใช้ผ้าอ้อมผืนใหญ่ปูเป็นผ้าปูที่นอนก็ได้

• ผ้าห่ม
เลือกที่ไม่มีขนฟูและขนาดพอเหมาะ

• ผ้าอ้อม
เด็กต้องใช้ผ้าอ้อมกันทุกคน ถึงแม้ปัจจุบันการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปจะสะดวกสะบาย แต่การใช้ผ้าอ้อมเหมาะกับอากาศประเทศไทย และประหยัดเงินไปได้มาก ควรใช้ผ้าอ้อมกึ่งสำเร็จรูปเมื่อจำเป็นเช่น ใสช่วงกลางคืน หรือออกไปนอกบ้าน

• เสื้อผ้าเด็ก
ไม่จำเป็นต้องซื้อเยอะเกินไป เพราะเด็กทารกโตเร็ว เลือกซื้อให้เหมาะกับช่วงอากาศช่วงที่เด็กเกิด และเผื่อไซต์ไว้เล็กน้อย

• สำลี
แบ่งใส่เป็น 2 กล่อง กล่องหนึ่งสำหรับเช็ดตา เช้ดสะดือ เช็ดหัวนมคุณแม่ ให้ใส่น้ำอุ่นสุกและกล่องที่ใส่ควรเป็นกล่องที่นำไปต้มฆ่าเชื้อได้และมีฝา ปิด ส่วนอีกกล่องสำหรับเช็ดก้นเด็ก ใส่น้ำธรรมดา เป็นกล่องพลาสติกธรรมดาแต่ควรมีฝาปิด

• ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก
อาทิ แชมพู สบู่ น้ำยาซักผ้า แป้ง โลชั่น ควรเลือกที่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทารกเท่านั้น

• เตียงนอนและฟูก
การจัดที่นอนเป็นสัดส่วนให้กับลูก น้อย นับเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับลูกได้ดังนั้นต้องเลือกตัยงที่ ปลอดภัยเพียงพอสำหรับบ้านที่ไม่สะดวกจะมีเตียงนอน ก็อาจจะซื้อฟูกที่ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป

เคล็ดลับการเลือกซื้อเตียงปลอดภัย
• ช่องรูระหว่างกั้นราวเตียงทั้ง 4 ด้านต้องห่างกันไม่เกิน 6 เซนติเมตร
• เบาะที่นอนต้องพอดีกับ เตียงห้ามเกินด้านละ 3 เซนติเมตร
• พื้นรองเบาะนอนต้องทึบและแข็งแรง
• เบาะกันชนด้านในรอบเตียงต้องผูกไว้อย่างน้อย 6 จุด และปลายเชือกที่ผูกต้องยาวไม่ยาวเกิน 15 เซนติเมตร เมื่อเด็กเริ่มหัดเกาะยืน ต้อนเอาเบาะกันนี้ออก

• กรรไกรตัดเล็บ
ซื้อกรรไกรตัดเล็บสำหรับเด็กโดยเฉพาะ จะช่วยให้คุณแม่จับถนัดมือมากขึ้นค่ะ

• ถังใส่ผ้าอ้อม
ผ้าที่เปื้อนแล้วต้องใส่ถังไว้ต่างหากจากผ้าชิ้นอื่นๆของลูก และควรซักทุกวัน

• ผ้ายางกันน้ำ
ควรมีไว้สัก 2 ผืน สำหรับปูบนที่นอนป้องกันไม่ให้ลูกเปียก เลือกผ้ายางที่มีด้านไม่ลื่น เพื่อไม่ให้ผ้าลื่นหลุดง่าย
Tips วิธีพับผ้าอ้อม
พับแบบสามเหลี่ยม
• พับครึ่งลงมาทบกัน
• ดึงมุมผ้า ด้านใดด้านหนึ่ง แล้วกางมาอีกฝั่ง เป็นรูปสามเหลี่ยม
• พลิกกลับด้าน แล้วพับผ้าเป็น 2 ทบเข้ามาหากึ่งกลาง
พับแบบรูปว่าว
• พับมุมลงมาให้เป็นรูปสามเหลี่ยม
• พับปลายด้านล่างขึ้นไปหากึ่งกลาง
• พับมุมด้านบนลงมาหากึ่งกลาง

ที่มา  นิตยสาร littlebabies

 
เทคนิคดูแลลูกน้อย PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย Administrator   

เทคนิคดูแลลูกน้อย

เช็ดสะดือ ให้ปลอดเชื้อ
1. จับปลายสายสะดือยกให้สูงขึ้น
2. ใช้สำลีฆ่าเชื้อ จุ่มแอลกอฮอล์ 70 % เช็ดสะดือด้านในจากบนลงล่างเพียงครั้งเดียว แล้วเปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ เช็ดแบบเดิมให้ครบทั้ง 4 ด้าน
3. เช็ดทุกครั้งหลังอาบน้ำ ห้ามทาแป้งที่สะดือ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ และระวังไม่ให้สะดือชื้นแฉะ
4. ถ้าสะดือหลุดแล้ว แต่ยังไม่แห้งดีควรเช็ดทำความสะอาดเหมือนเดิมจนกว่ารอยจะแห้งสนิท
5. ถ้ามีเลือดออก มีกลิ่นเหม็น ควร พาไปพบแพทย์ทันที

ห่อตัวลูกน้อย…ให้อุ่นสบาย
1. เด็กแรกเกิดไม่ชอบอากาศเย็น เพราะอุณหภูมิในท้องแม่อุ่นสบายกำลังพอดี แต่คลอดออกมา เด็กเล็กๆต้องมีการปรับตัวพอสมควร เมื่ออยู่โรงพยาบาลคุณแม่จะเห็นว่าพยาบาลจะทำการห่อตัวเด็กเล็กๆ อยู่ตลอดเวลา นอกจากจะทำให้ทารกอุ่นสบายแล้ว ยังสะดวกแก่การอุ้มอีกด้วย
2. เตรียมผ้าขนหนูผืนใหญ่อาจจะเป็นผ้าอ้อมหรือผ้าขนหนูก็ได้ ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส
3. พับมุมผ้าด้านหนึ่งลงมาพอประมาณวางลูกน้อยไว้บนผ้าด้านนั้นโดยให้ศีรษะของลูกอยู่บริเวณขอบผ้า
4. จับแขนข้างใดข้างหนึ่งของลูกให้แนบลำตัวลูกแล้วเหน็บชายผ้าไว้อีกข้างของลำตัว
5. แขนอีกข้างหนึ่งที่ยังปล่อยตามสบาย ก็จับให้แนบลำตัว แล้วพับผ้าด้านนั้นมาฝั่งตรงข้ามผ้าจะตรึงตัวลูกไว้ สอดชายผ้าใต้ตัวลูก รวบปลายผ้าด้านล่างมัดเป็นปมเอาไว้

ตา หู จมูก เช็ดอย่างไร
ตา ใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นบีบน้ำออกเช็ดจากหัวตาไปหางตาเบาๆ แล้วทิ้งสำลีก้อนนั้นเลย ห้ามใช้สำลี้ซ้ำ
หู ใช้ผ้าซับเบาๆ แค่ใบหูเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้คอตต้อนบัตเข้าไปในรูหูเด็ดขาด
จมูก ถ้ามีน้ำมูกติดปลายจมูก ก็ให้ใช้คอตต้อนบัต ค่อยๆ เช็ดริมๆ ปลายๆ จมูกเท่านั้น ห้ามเช็ดเข้าไปข้างในเด็ดขาด

อาบน้ำให้ลูกน้อย
เมืองไทยมีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้ง ปี ดังนั้น คุณแม่ควรอาบน้ำให้ลูกน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น สำหรับในเวลาเช้าก็ไม่ควรเช้ามาก อาจเป็นช่วงสายๆสำหรับช่วงเย็นควรอาบน้ำก่อนพลบค่ำ สำหรับช่วงเย็นควรอาบน้ำก่อนพลบค่ำ สำหรับวันที่อากาศเย็นๆอาจจะใช้วิธีการเช็ดตัวแทน

อุปกรณ์ต้องพร้อม
1.ทั้งสบู่ แชมพู ฟองน้ำอาบน้ำผ้าขนหนูผืนเล็ก ผ้าเช็ดตัว ผ่าห่อตัวเสื้อผ้าที่เปลี่ยน ควรจัดวางให้เป็นระเบียบ หยิบใช้สะดวก
2.อ่าง อาบน้ำ ควรเตรียมอ่างสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เลือกที่มีขนาดใหญ่พอสมควร พลาสติกเนื้อหนาไม่มีขอบคม ขรุขระ และควรมีแผ่นกันลื่นป้องกันเอาไว้
3.นำผ้ายางปูทับด้วยผ้าขนหนูสำหรับห่อตัวลูกเมื่อขึ้นจากน้ำ
4.เลือกสถานที่ที่ไม่มีลมโกรก พื้นไม่ลื่น อยู่ใกล้ก๊อกน้ำ และมีที่วางของสะดวก
5.เตรียม น้ำที่มีอุณหภูมิพอเหมาะคือ ไม่ใช้น้ำเย็นจนเกินไป ลูกจะหนาวเป็นหวัดได้ง่าย หรือ น้ำอุ่นเกินไป ก็จะทำให้ลูกผิวแห้ง ใช้วิธีผสมน้ำให้พอเหมาะ และใช้ข้อมือด้านใน หรือข้อศอกของคุณแม่เป็นตัวช่วยในการทดสอบอุณหภูมิน้ำก่อนพาลูกอาบน้ำทุก ครั้ง

วิธีอาบ
1.กวักน้ำลูบไล้ตัวลูกเบาๆ ให้ลูกเคยชินกับอุณหภูมิของน้ำก่อน
2.ใช้ มือซ้ายจับแขนข้างซ้ายของลูก ท่อนแขนด้านซ้ายของคุณรองรับศีรษะลูก ส่วนมือขวา จับข้อเท้าลูกทั้งสองข้าง โดยที่สอดนิ้วชี้คั่นระหว่างข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง แล้วค่อยๆหย่อนลูกลงในน้ำ พูดคุยกับลูกไปเรื่อยๆ ไม่ควรปล่อยมือที่จับข้อเท้าไว้เร็วนัก จนกว่าลูกจะรู้สึกชินกับน้ำ ถูสบู่ให้ทั่วตัว โดยเฉพาะซอกขาหนีบ รักแร้ ทวารหนัก แล้วกวักน้ำโดยใช้ผ้าขนหนู หรือฟองน้ำช่วยล้างฟองออก
3.ล้างฟอง ด้านหลังลูกโดยการใช้มือขวาจับที่ต้นแขนซ้ายของลูก(นิ้วมือสอดเข้าไปใต้ รักแร้ ส่วนนิ้วโป้งอยู่บนหัวไหล่ อุ้มมือประคองลำตัว) ลำตัวด้านหน้าของลูกพาดไปตามแขนขวาของคุณแม่ แล้วใช้มือซ้ายกวักน้ำล้างฟองออก ไม่ควรให้ลูกอยู่ในน้ำนานเกินไป เมื่อฟองออกหมดแล้ว อุ้มขึ้นจากน้ำเช็ดตัว และห่อตัวทันที
** คุณแม่อาจจะใช้วิธีถูสบู่ให้ลูกก่อน แล้วค่อยพาล้างตัวมนอ่างอาบน้ำก็ได้ แต่ถ้าเป็นคุณแม่มือใหม่และยังไม่มั่นใจ ให้พาลูกนอนบนผ้ายาง แล้วใช้ฟองน้ำเช็ดตัวลูกก่อนก็ได้

เช็ดก้นอย่างนุ่มนวล
1.เมื่อลูกอึ ต้องเช็ดทำความสะอาดทันทีทุกครั้ง แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและเบามือ เพราะผิวลูกยังอ่อนบางอยู่มาก ถ้าเช็ดแรงเกินไปอาจจะทำให้ผิวถลอกหรือแสบแดงได้ง่าย
2.ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดอึที่ติดอยู่ออกให้หมด เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ
3.ฟอกสบู่อ่อนๆ เบาๆ แล้วล้างน้ำออกให้เกลี้ยง
4.ซับด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง

ผมน้อยๆ ไม่สระไม่ได้
1.เด็กแรกเกิด มักจะมีไขที่ติดตามศีรษะอยู่ การสระผมจะช่วยป้องกันการอักเสบภายหลัง ช่วงที่อากาศร้อนควรสระอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
2.เริ่ม ด้วยการห่อตัวลูกน้อย อุ้มลูกน้อยไว้ในวงแขนด้านซ้าย คุณแม่กระชับลูกให้มั่นคงไว้ ประคองท้ายทอยและศีรษะของลูกเอาไว้ โดยที่นิ้วโป้งและนิ้วก้อยพับใบหูลูกน้อยเอาไว้ และจับให้ต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย น้ำจะได้ไม่ไหลเข้าตา
3.ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็ก หรือฟองน้ำค่อยๆบีบน้ำเบาๆ เช็ดที่ผมและศีรษะของลูกให้เปียกทั่ว
4.ใส่แชมพูเล็กน้อย นวดคลึงเบาๆให้ทั่วศีรษะ ไม่ต้องเกาเพราะอาจทำให้เกิดแผลได้
5.จากนั้นค่อยๆล้างแชมพูออกให้หมดด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กหรือฟองน้ำ ค่อยๆบีบน้ำและเช็ดจนฟองออกหมดแล้ว จากนั้นเช็ดด้วยผ้าแห้งทันที
จุ๊ดจู๋กับจุ๋มจิ๋มก็ต้องดูแล
• เด็กผู้ชาย ปลายอวัยวะเพศยังมีเปลือกหุ้มอยู่เป็นเรื่องปกติ เมื่อลูกโตขึ้นส่วนปลายจะค่อยๆเปิดเอง ดังนั้นในช่วงแรกเกิดคุณแม่อาบน้ำและเช็ดให้ลูกเป็นปกติ พอโตขึ้นมาหน่อย ปลายจะเริ่มขยับได้ ขณะที่อาบน้ำอุ่นให้ลูก คุณแม่อาจจะลองขยับเบาๆและกวักน้ำล้างเบาๆเพื่อให้คราบไคลหรือเมือกหลุดออก ป้องกันการอักเสบ แต่ไม่ต้องถึงกับเอาสบู่ไปถูหรือพยายามขัดให้ลูกมากเกินไป อาจทำให้ลูกเจ็บได้
• เด็กผู้หญิง เวลาอาบน้ำเสร็จก็ล้างน้ำสะอาดปกติ ห้ามถูแรงและไม่จำเป็นต้องถูภายใน หากมีเมือกหรือไขมัน ก็เพียงล้างด้วยน้ำอุ่น ไม่ต้องไปถูสบู่อะไร เพราะเป็นเรื่องปกติ

ที่มา   นิตยสาร littlebabies

 
พัฒนาการปกติ เดือนที่ 1 "เริ่มรู้จักกัน" PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย กัมพล   

ในช่วงแรกนี้ เป็นการทำความรู้จักกัน หลังจากที่ได้แต่ส่งใจถึงกันมานาน ตลอด 9 เดือน คุณแม่ต้องปรับตัวพยายามอ่านใจลูก ว่าเขาเป็นอย่างไร ต้องการอะไร และลูกเองก็กำลังเรียนรู้ ที่จะตอบสนองกับคุณเช่นกัน  

 baby    เมื่อกลับออกจาก ร.พ. มาอยู่ที่บ้าน คุณแม่บางคนอาจจะได้รับคำแนะนำ และความช่วยเหลือต่างๆมากมาย จากคนรอบข้าง ในการรับคำแนะนำต่างๆเหล่านี้ คุณแม่ต้องเข้าใจว่า เด็กแต่ละคนนั้น จะมีความแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องการกิน การนอน และแม้แต่การร้องกวน ดังนั้นข้อแนะนำต่างๆ ที่ใช้ได้ดีกับเด็กคนหนึ่ง อาจจะดูเหมือนไม่ได้ผล เมื่อนำมาใช้กับเด็กอีกคนหนึ่ง คุณจึงควรต้องใช้ความช่างสังเกต และสัญชาติญาณของความเป็นแม่ ปรับเปลี่ยนการดูแลลูก ไปตามที่เห็นสมควร ร่วมกับการสอบถาม หาความรู้จากกุมารแพทย์ที่ดูแลลูกด้วย

     การร้องไห้ เป็นวิธีเดียวที่ลูกน้อยของคุณถนัด และเป็นการพยายามสื่อสารกับคุณแม่ เพื่อที่จะบอกว่าเขากำลังต้องการอะไรบางอย่างจากคุณ อาจเป็นการป้อนนม การเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือการอุ้ม เพื่อให้เขารู้สึกอบอุ่นและสบายใจว่าจะได้รับการดูแลปกป้อง

     คุณแม่ต้องพยายามสังเกตว่าเสียงร้องแต่ละแบบที่ต่างกันนั้น หมายถึงอะไร ในเวลาไม่นาน คุณแม่ก็จะเดาใจลูกได้ถูกว่าเสียงร้อง และท่าทางที่เขากำลังแสดงอยู่นี้ หมายความว่าอย่างไร และถ้าตอบสนองได้ถูกต้องลูกก็จะหยุดร้อง แต่ก็อาจจะมีบางครั้ง ที่ลูกอาจจะร้องกวนโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้คุณเริ่มมีความวิตกว่า จะเกิดอะไรผิดปกติกับลูก การตอบสนองโดยการอุ้มกล่อมเด็ก เพื่อให้เขาเกิดความสบายใจ และหยุดร้องอย่างเหมาะสมนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีกว่าการที่จะปล่อยให้ลูกร้องไปจนกว่าจะเหนื่อย จนหยุดร้องไปเอง โดยไม่ยอมตอบสนองต่อความต้องการของเขา (บางคนเข้าใจผิดว่า การปล่อยให้ร้องนานๆ เป็นการบริหารปอด หรือการอุ้มเวลาร้อง จะทำให้เด็กเคยตัว หรือติดมือ)

     คุณอาจจะต้องลองพยายามหาท่าอุ้ม ท่าป้อนนม หรือการกล่อมเด็ก ที่คิดว่าจะทำให้เด็กสงบลงได้ และถ้าคุณรู้สึกว่ากำลังเครียด และไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี ควรที่จะหาคนช่วย (เช่นคุณพ่อ, คุณยาย หรือพี่เลี้ยง) มาดูแลลูกสักพัก อย่างน้อยก็ให้คุณได้มีเวลาตั้งสติ และเริ่มมองหาวิธีอื่นที่จะช่วยลูกได้

     สะดือของเด็กจะเริ่มแห้ง และหลุดไปเองในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ไม่ควรโรยแป้งลงในหลุมสะดือ แต่ควรใช้ 70% แอลกอฮอ หรือ เบตาดีน ทำความสะอาดสะดือที่กำลังจะหลุด โดยการหยอดลงไปที่หลุมสะดือหรือเช็ดลงไปให้ถึงฐานสะดือโดยรอบ วันละอย่างน้อย 1-2 ครั้ง จนกว่าจะหลุด การทำดังนี้จะไม่เกิดการเจ็บแสบและจะป้องกันการติดเชื้อได้ดี

     การทานนมและการขับถ่ายในช่วงแรกๆนั้น ส่วนใหญ่เด็กจะตื่นมาทานนม และถ่ายค่อนข้างบ่อย ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของเด็กเมื่อหิว เด็กยังไม่รู้จักเวลา ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน และมักจะถ่าย หลังการทานนมแทบทุกมื้อ เนื่องจากเป็นรีเฟลกซ์ (การทำงานของระบบประสาท ที่ไม่ต้องคอยคำสั่งจากสมอง) ที่ลำไส้จะเตรียมที่ไว้ สำหรับรับนมที่เพิ่งทานเข้าไปในกระเพาะ

     เด็กหลายคน จะมีการสะอึกค่อนข้างมาก หลังการทานนม ซึ่งคุณแม่คงต้องใจเย็นๆอุ้มทำให้เรอ แล้วอาการสะอึกจะดีขึ้น นอกจากนี้หลายรายจะมีการแหวะนมเล็กน้อย เมื่อวางเด็กลงนอน ซึ่งถือว่าเป็นปกติ แต่ในรายที่มีการป้อนนมมากเกินไป (Overfeeding) ก็จะมีอาเจียนได้มาก หรือบางครั้งจะมีปัญหา รีฟลักซ์ คือการที่กระเพาะบีบตัว ขย้อนเอานมกลับออกมาทางปาก ที่เรียกว่า Gastro-esophageal reflux (GER) ซึ่งพบได้บ่อยในทารกคลอดก่อนกำหนด ถ้าลูกมีอาเจียนค่อนข้างบ่อยควรปรึกษาแพทย์

     ในทารกแรกเกิดนั้นมีรีเฟลกซ์หลายอย่าง ที่เห็นกันได้ง่าย คือ โมโร่รีเฟลกซ์ (MORO Reflex) เมื่อเด็กร้องหรือตกใจ จะดูเหมือนทำท่าผวา มือเท้าสั่น, รีเฟลกซ์การเข้าหาหัวนม และดูดนม ( Rooting and sucking reflexes), เด็กบางคนจะยังมีรีเฟลกซ์การจาม (sneezing reflex) อยู่บ้าง และเช่นกัน บางครั้งจะเห็นลูกนอนอยู่เฉยๆ แต่ก็ยิ้มอย่างน่ารักได้ ที่ผู้ใหญ่เรียกว่า “ยิ้มกับแม่ซื้อ” ซึ่งก็เป็นรีเฟลกซ์อีกอย่างหนึ่งนั่นเอง

     ในระยะนี้ ลูกจะเริ่มลืมตามองมากขึ้น ถ้าแสงในห้องไม่สว่างจ้าจนเกินไปนัก ประมาณว่าเด็กจะมองเห็นได้ดี ในช่วงระยะประมาณ 1 ฟุต ซึ่งก็คือ ระยะที่ลูกจะเห็นหน้าคุณแม่ ในขณะป้อนนมนั่นเอง แต่การแปลผลภาพที่เห็นนั้น จะยังต้องใช้การทำงานของสมองส่วนต่างๆ อีกหลายระดับ แต่ลูกจะมีสัญชาตญาณรู้ว่า คุณคือคุณแม่ จากประสาทสัมผัสพิเศษอื่นๆอีก คือ การได้กลิ่นกายของคุณแม่ เสียงคุณแม่ที่เขาคุ้น ตั้งแต่อยู่ในท้อง การสัมผัสทางผิวกายขณะที่คุณแม่ป้อนนมเขา (ซึ่งการให้นมแม่โดยการดูดจากเต้านมนั้น จะได้มีการสัมผัสทางกายและทางใจมากกว่าการป้อนโดยใช้นมขวด) สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกรู้ว่า คุณคือคุณแม่ ไม่ใช่พี่เลี้ยง หรือคุณยาย ที่กำลังอุ้มเขาอยู่

     การที่คุณเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่นั้น อาจทำให้คุณเกิดคำถามและความวิตกกังวลต่างๆได้มากมาย อยากให้คุณรวบรวมปัญหาคาใจต่างๆ นี้ไว้ เพื่อคุยกับกุมารแพทย์ที่ดูแลลูกของคุณ เพื่อที่จะได้เกิดความเข้าใจ และมีความมั่นใจ ที่จะดูแลลูกได้ต่อไป คุณหมอเด็กทุกคน ยินดีที่จะช่วยตอบคำถามเหล่านี้เสมอ

ที่มา: เว็บไซต์ Clinicdek Dot Com

 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 9 จาก 110

เว็บไซต์แนะนำ

ทำดี- tamdee.net
ฟังธรรม.com

[+]
  • Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • fresh color
  • warm color