ข่าว / กิจกรรม

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดตัว L&H on Smart Phone ช่องทางใหม่ที่ผู้สนใจเรื่องบ้านสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบ้านแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และบริการหลังการขายผ่านทาง Smart Phone โดย แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์บริษัทแรกที่พร้อมให้บริการในการสื่อสารแก่ลูกค้าทั่วไปและลูกบ้าน อย่างครบวงจร และครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ของโทรศัทพ์มือถือประเภท Smart Phone ทั้ง iPhone, Blackberry (BB), และ Nokia
อ่านต่อ...
 
ตั้งครรภ์เมื่อไหร่ดี PDF พิมพ์ อีเมล์
เขียนโดย มนต์ชยา   

เมื่อ 12 ปีที่แล้ว สูติแพทย์ทำงานเหนื่อยกันมาก เพราะปีนั้นเป็นปีมะโรง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นปีของมังกร ทารกที่เกิดในปีนั้นจะมีความเป็นมงคลในตัวเอง เป็นที่ฮือฮากันมาก ครอบครัวต่างๆ ก็มุ่งหวังอยากให้มีทารกตัวน้อยสมาชิกของครอบครัวเกิดในปีมังกรอีกซัก 1 คน
1 ปีย้อนหลังไป สูติ-นรีแพทย์ก็ทำงานหนักล่วงหน้าเช่นกันเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำการทำให้ตั้งครรภ์ พบกับตัวเองบางคู่สามีภรรยาอายุเกิน ควรจะมีบุตรก็ยังมาปรึกษาเรื่องการอยากจะตั้งครรภ์ มีไม่น้อยที่ได้ทำหมันไปแล้วก็กลับมาขอแก้หมันอีกเพื่อจะตั้งครรภ์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ มันว่าเป็นปีที่เหนื่อยทั้งหมอทั้งสามีกันเลยทีเดียว แต่สามีเหนื่อยปีเดียว หมอต้องเหนื่อยต่ออีกอย่างน้อย 1 ปี
มาเมื่อเร็วๆ นี้เองก็มีกระแสข่าวออกมาอีกว่าในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังเริ่มทำตัวเป็นภัยขาวมีโรงแรมแห่งหนึ่งได้ประกาศที่จะให้บริการฟรีกับคู่สมรสที่จะมีเพศสัมพันธ์กันในวันปลายเดือนเม.ย. ปี 42 เพื่อจะให้เกิดการตั้งครรภ์เพื่อจะให้ทารกไปคลอดในวันของปี Y2K หรือปี ค.ศ. 2000 ซึ่งฝรั่งเรียกว่า Millennium Year ซึ่งเป็นทศวรรษที่สำคัญ ปรากฏว่ามีคนไปใช้บริการน้อยกว่าที่คาด

คงอาจจะด้วยกระแสข่าวที่ออกมาของปีหน้าหรือเริ่มต้นปีศักราชใหม่ ข่าวออกมาในทางลบเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะปัญหา Y2K หรือระเบิดเวลาในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะก่อความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ทั่วโลก ในวันที่ 1 ม.ค. 43 เครื่องมันจะเกิดอุบัติเหตุไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม สถานบริการต่างๆ แม้โรงพยาบาลก็ไม่เว้นที่จะโดนปัญหา Y2K ด้วย จนองค์กรสหประชาชาติต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นเตือนให้ทุกประเทศดูแลปัญหานี้ อาจจะด้วยเหตุนี้ก็เลยกลัวๆ กันที่จะให้มีทารกหรือสมาชิกครอบครัวเกิดในต้นปีนี้ (เท่าที่ได้ร่วมปรึกษาหารือ ดูแล้วปัญหา Y2K โรงพยาบาลในประเทศไทยไม่น่าจะรุนแรงเพราะโดยทั่วไปเครื่องหรือระบบที่ใช้ในโรงพยาบาลของไทยมักเป็นระบบ Stand Alone คือ ไม่ได้ต่อพ่วงกับหน่วยนอกโรงพยาบาลแต่เพียงเป็นการคาดเดา ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้นั่งเฉยได้ทำการสำรวจปัญหาและวางแนวทางแก้ไข)
ในระยะหลังๆ นี้พบว่า ผู้มารับบริการในโรงพยาบาลโดยเฉพาะทางสูติ-กรรม จะมีแนวโน้มของการมารับบริการทางการป้องกันหรือทางการปรึกษาแนะนำ เช่น การมาตรวจร่างกาย การมาขอคำปรึกษาเรื่องการใช้ฮอร์โมน การวางแผนครอบครัว แม้ทางเรื่องเพศศึกษาซึ่งได้เปิดคลินิกไม่นานนัก ปรากฏว่ามีผู้มาใช้บริการมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
คำถามหนึ่งซึ่งเริ่มได้พบบ่อยและน่าสนใจมากคือ คำถามจากคู่สมรสว่า "เมื่อไหร่จะต้องท้องดี ? หรือ ตั้งท้องได้หรือยัง?"
การที่จะตั้งครรภ์เมื่อไรจึงจะเหมาะสมนั้น คงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง แรกๆ ก็คงต้องเป็นปัจจัยทางด้านสังคม คนไทยเราไม่เหมือนฝรั่งที่ต้องลองกินอยู่กันก่อนค่อยแต่งงาน หรือเรียกว่า ทดลองเป็นสามีภรรยาก่อน บ้างก็อยู่กินกันจนมีลูกโตแล้วค่อยแต่งงาน วัฒนธรรมไทยคงรับไม่ได้ ถึงแม้จะเริ่มมีดาราบางคนเริ่มเอาอย่างก็ถูกตำหนิจากสังคมไปบ้างแล้ว การพัฒนาเทคนิคโคลนนิ่งขึ้นมา การพัฒนาการทำเด็กหลอดแก้วทำให้บางท่านคิดว่า ต่อไปสตรีอาจจะไม่จำเป็นต้องแต่งงานก็มีบุตรมีการตั้งครรภ์ได้ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่ทางการปฏิบัติคงไม่มีในประเทศไทย เท่าที่ทราบ ภาษิตไทยจึงมีคำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" เมื่อแต่งงานกันเป็นเรื่องราวแล้วไม่ควรจะตั้งครรภ์ทันที อะไรจะต้องรีบร้อนขนาดนั้นเชียว
มีข้อแนะนำว่า ควรที่จะคุมกำเนิดไว้อย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้ได้มีเวลาใช้ชีวิตคู่กันศึกษากัน ปรับตัวเข้าหากันได้ลึกซึ้งก่อน เพราะการคบหากันขณะเป็นแฟนกันนั้น เป็นการคบหาในลักษณะพ่อค้า คือ โอนอ่อนผ่อนตามกันเพื่อให้แต่ละฝ่ายยอมรับซึ่งกันและกัน แต่เมื่อแต่งงานอยู่กินกันเป็นสามีภรรยาแล้วก็จะมีการปฏิบัติต่อกันในลักษณะลูกค้า คือ เรียกร้องผลประโยชน์หรือสิ่งที่ตัวต้องการมากขึ้นๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการที่จะแสดงออกให้หมด และแต่ละฝ่ายต้องปรับตัวเข้าหากันยอมรับกันได้เสียก่อน จึงไม่น่าสงสัย บางรายแต่งงานตามภาษิตไทย มีว่า "หม้อข้าวยังไม่ทันดำ" ซึ่งเด็กสมัยใหม่ที่ใช้หม้ออุ่นทิพย์คงนึกไม่ออกว่าการหุงข้าว โดยใช้เตาถ่านนั้นต้องใช้ทักษะในการซาวข้าว การใส่น้ำ การหุง การเทน้ำข้าวออกทิ้ง การดงข้าวนั้นเป็นศาสตร์ชั้นสูงทีเดียว ต่างกับปัจจุบัน พอกดสวิตช์ข้าวก็จะสุกในเวลาไม่นานเลย ไม่รู้ว่าหม้อข้าวดำนั้นใช้เวลาไม่กี่เดือน การหย่าร้างในเวลาอันสั้นหลังแต่งงานก็เข้ากับภาษิตดังกล่าวนั้นพบได้บ่อยขึ้น ยิ่งถ้าเป็นคู่ที่ท้องก่อนแล้วแต่ง หรือแต่งงานอายุน้อยๆ ก็จะพบได้มาก
การใช้ชีวิตคู่เป็นการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ เพราะแต่ละคนมาจากพื้นฐานที่แตกต่างกัน ภูมิหลังต่างกัน บ้างถึงกับวัฒนธรรมแตกต่างกันคนละขั้วก็มี เคยอยู่คนเดียวทำตามสิ่งที่ตัวต้องการ เมื่อต้องมามีข้อจำกัดในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ต้องมีการลดการเพิ่มในความรู้สึก (ลดทิฐิเพิ่มความอดทน) จึงต้องใช้เวลาในการยอมรับ ซึ่งบ้างว่า 6 เดือนน้อยไปควรจะเป็นปีๆ ในคู่แต่งงานที่อายุน้อยๆ ยิ่งควรจะใช้ชีวิตอยู่กันนานๆ ก่อนจะตั้งครรภ์เพราะต้องใช้เวลามาก และในทางการแพทย์นั้นการตั้งครรภ์ในอายุน้อยๆ โดยเฉพาะในอายุต่ำกว่า 20 ปี ถือได้ว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะอ่อนทั้งวัยวุฒิที่จะดูแลตัวเองและอ่อนทั้งทางด้านจิตใจและสรีรวิทยาที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ที่พร้อมจะเป็นแม่ของทารกเอาแค่เป็นภรรยาให้ผ่านไปได้หลายปีก่อนก็ถือว่า สอบผ่านแล้วจึงค่อยมีบุตร
อายุเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการตั้งครรภ์ อายุน้อยไปดังข้างต้นก็ไม่เหมาะ อายุมากหรือสูงอายุก็ไม่เหมาะ ทางการแพทย์อายุที่สูงจนถือได้ว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่ความเสี่ยงคืออายุ 36 ปีขึ้นไป สองกลุ่มนี้เสี่ยงคนละอย่างต่างกัน อายุน้อยเสี่ยงจากความไม่พร้อมทางจิตใจ วัยวุฒิที่จะดูแลตัวเอง การเป็นแม่และสรีระทำให้เกิดการตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดครรภ์พิษหรือโรคความดันโลหิตสูงในการตั้งครรภ์ การคลอดที่ผิดปกติอาจจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด เพราะใช้ชีวิตที่โลดโผน ไม่ระมัดระวังตัวพอ และการคลอดที่ผิดปกติ เพราะโครงสร้างร่างกายที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ โดยเฉพาะโครงกระดูกทำให้ทารกคลอดในท่าผิดปกติสูง
ส่วนในสตรีที่ตั้งครรภ์เมื่อสูงวัย ก็เสี่ยงแต่เป็นการเสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ เช่น เบาหวานแทรก โรคพิษแห่งครรภ์ ที่สำคัญความผิดปกติทางพันธุกรรมซึ่งปัจจัยเหล่านี้แก้ไขไม่ได้เหมือนความผิดปกติอื่นๆ และจะมีส่วนที่ทำให้ความฉลาดของทารกถูกกระทบกระเทือน แต่ปัจจุบันนี้แพทย์มีวิธีการที่จะตรวจได้ขณะที่ทารกยังเป็นคัพพะหรือตัวอ่อนในมดลูกได้ แต่ถึงแม้อายุมากขณะแต่งงานก็ใช่ว่า จำเป็นจะต้องตั้งครรภ์ทันที ควรจะมีช่วงเวลาปรับตัวกับชีวิตคู่อย่างน้อยก็ 6 เดือน เพราะเมื่อมีทารกหรือสมาชิกน้อยเพิ่มขึ้นมาในครอบครัวนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งจะเพิ่มทั้งภาระและความกดดันความเครียดให้กับทั้งคู่
สิ่งหนึ่งที่เด่นชัดคือ ภาระทางการเงิน และภาระทางเวลาที่จะต้องมีให้กับสมาชิกใหม่ซึ่งต้องการอย่างมากมายมหาศาล นี่เป็นเพียงบุตรคนแรกซึ่งเมื่อสอบผ่านการมีบุตรคนแรกแล้วก็ยังมีการสอบต่อๆ ไป ซึ่งการสอบหรือการตั้งครรภ์ครั้งต่อๆ ไปควรจะเป็นการสอบในวิชาใหม่ ไม่ใช่การสอบซ่อม เนื่องจากการสอบครั้งที่ผ่านมาผิดพลาด จึงต้องมีการเตรียมการให้เหมาะสม ซึ่งควรจะมีช่องเว้นห่างเพื่อให้เกิดภาระต่อครอบครัว หรือสมาชิกในครอบครัวน้อยที่สุดโดยใช้ทรัพยากรให้คุ้มที่สุด
ในทางการแพทย์โดยเฉพาะการวางแผนครอบครัว ได้แนะนำว่า ควรมีช่วงการตั้งครรภ์ห่างกัน 3 ปีขึ้นไป เพื่อให้สมาชิกครอบครัวฝ่ายคุณแม่ได้มีเวลาฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจอย่างพอเพียง หรือพักฟื้นได้เต็มที่จากบุตรคนแรก เพราะเมื่อถึงเวลานี้ การเลี้ยงดูก็แบ่งเบาภาระ เด็กเริ่มเข้าโรงเรียน สามารถที่จะพูดจะรู้เรื่องช่วยตัวเองได้ สภาพร่างกายคุณแม่ได้รับการฟื้นฟู คือได้ฟิตร่างกายมาพอเพียงที่จะรับภาระการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ ขณะเดียวกันเมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินไปจนคลอดทารกใหม่เครื่องใช้ต่างๆ ก็สามารถที่จะถ่ายทอดมาใช้ต่อเนื่องได้ ช่วงเวลาอายุที่ห่างขนาดดังกล่าวจะช่วยให้ผู้พี่สามารถจะดูแลน้องเป็นการแบ่งเบาภาระแก่ผู้เป็นแม่ได้ เป็นการลดภาระทางการเงินและการเลี้ยงดูบางส่วน ช่วงเวลาที่ห่างกันนั้นยังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้สามารถวางแผนการเงินให้กับอนาคตของการตั้งครรภ์ครั้งใหม่ได้ดี
ปัจจัยหนึ่งที่จะเป็นตัวช่วยบ่งชี้ช่วงเวลาของการตั้งครรภ์คือ สุขภาพคุณแม่เพราะคุณแม่ที่แข็งแรงย่อมให้บุตรที่แข็งแรง แม้อาจจะไม่เสมอไปแต่ก็มีส่วนอย่างสำคัญ ดังนั้นการเตรียมตัวคุณแม่ก่อนการตั้งครรภ์ซึ่งควรเป็นปัจจัยหลักอันหนึ่ง ยิ่งเป็นท้องครั้งแรกแล้วผู้ที่จะให้คำแนะนำดีที่สุดคือ สูติแพทย์ การเตรียมพร้อมในคุณแม่ท้องแรกนั้นคือ การตรวจสุขภาพและเสริมสร้างสุขภาพทั้งคู่ เพราะทารกที่จะเกิดนั้นจะได้ส่วนของพันธุกรรมมา จากฝ่ายคุณพ่อและคุณแม่คนละครึ่ง การตรวจสุขภาพก็มุ่งเน้นเพื่อหาว่ามีความผิดปกติอะไรซ่อนเร้นอยู่เพื่อจะได้แก้ไขก่อนที่จะมีการปฏิสนธิ ที่พบบ่อยๆ คือ เบาหวาน ความดันหรือโรคที่เกี่ยวกับการเผาผลาญสารอาหาร ปัจจุบันที่พบมากขึ้นๆ คือ โรคอ้วน โรคหัวใจ ปัจจุบันแม้เป็นโรคหัวใจที่ต้องทำการผ่าตัดแก้ไขใหญ่ ก็สามารถจะให้ตั้งครรภ์ได้ เมื่อแก้ไขปัญหาโรคแล้ว ส่วนโรคพันธุกรรมนั้นการแก้ไจแม้จะทำไม่ได้ แต่ก็เป็นการเตรียมการเพื่อผจญกับปัญหาที่อาจจะพบได้ในทารก เช่น โรคเลือดทางพันธุกรรมที่พบมากในประเทศไทยเราคือ ทาลาสซีเมียร์การรู้ความผิดปกติ ในพ่อและแม่พอจะประเมินความผิดปกติที่อาจจะเกิดในทารกได้ บางชนิดของความผิดปกติก็จะต้องแนะนำไม่ให้ตั้งครรภ์เพราะบุตรที่เกิดมาจะรับความพิการทางพันธุกรรม เป็นต้น ส่วนการเสริมสร้างสุขภาพให้กับคุณแม่นั้นคือ การให้ภูมิคุ้มกันที่จำเป็นเพื่อป้องกันความพิการที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ทารก ส่วนใหญ่เป็นการให้ภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ เช่นหัดเยอรมัน อีสุกอีใส ตับอักเสบฯ ในอนาคตอาจจะมีมากกว่านี้
การให้วัคซีนนั้นมีหลักการว่า ควรป้องกันการตั้งครรภ์ อย่างน้อย 3 เดือน ถ้าให้ดีก็เป็น 6 เดือน การแท้งการสิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อนกำหนดหรือแม้การคลอดที่ล้มเหลว เช่น การตั้งครรภ์ทารกที่พิการรุนแรง ในรายเช่นนี้คุณแม่มักจะมีบาดแผลทางจิตใจหรือเรียกตามภาษาชาวบ้านว่า กลัวผิวหวัง ฝังใจ ก็ควรจะใช้หลักการข้างต้นคือ การให้ร่างกายคุณแม่ได้พักฟื้นและฟื้นฟูสรีระบวกกับการฟื้นฟูจิตใจ ซึ่งคงจะต้องได้จากการปรึกษาหารือแนะนำจากแพทย์เพราะโรคพิการในทารกส่วนใหญ่จะไม่ถ่ายทอด คือ จะไม่เกิดซ้ำซ้อนต่อครรภ์หลังๆ คุณแม่จึงไม่ควรกลัวประวัติจะซ้ำรอยเดิม
ปัจจัยที่สำคัญและใคร่แนะนำคือ หลังเวลาการคลอดจะตั้งครรภ์เมื่อไรดีคงจะมีเกณฑ์พิจารณา แต่ควรจะเพิ่มเติมคือการเลือกเดือนคลอด ซึ่งมีการคำนวณหาได้ไม่ยากนัก โดยปรึกษาแพทย์และเลือกเอาเดือนที่ไม่มีวันหยุดมากนัก เพราะการคลอดที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่เครื่องมือพร้อมบุคลากรพร้อม และรวมทั้งหน่วยสนับสนุนก็จะทำให้การแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดไม่คาดฝันได้ดี ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการคลอดในปี Y2K ก็มีเหตุผล 


[ ที่มา...นิตยสารแม่และเด็ก   ปีที่ 22 ฉบับที่ 328 มิถุนายน 2542 ]

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

เว็บไซต์แนะนำ

ทำดี- tamdee.net
ฟังธรรม.com

[+]
  • Narrow screen resolution
  • Wide screen resolution
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
  • fresh color
  • warm color